สิงคโปร์สามารถสร้างแฟลตได้ใหม่บนที่เดิม เน้นไปทุบอาคารเตี้ยๆมาสร้างให้สูงๆดีกว่า

 

ลองคิดดูว่าหากไทยสร้างแฟลตให้ข้าราชการและชนชั้นกลางก่อนเมื่อ 50 ปีก่อน ป่านนี้แฟลตจะเป็นที่อยู่อาศัยที่มีระดับ ไม่ใช่ถิ่นคนจน แล้วเมื่อเราสร้างให้คนจนในภายหลัง พวกเขาก็ไม่รังเกียจเพราะภาพพจน์ดี ที่สำคัญการพัฒนาที่อยู่อาศัยจะเติบโตในแนวสูงตามค่านิยมการชอบอยู่แฟลต ไม่ใช่ในแนวราบเช่นปัจจุบัน ซึ่งยิ่งสร้างความยุ่งเหยิงให้กับเมือง การที่สิงคโปร์สามารถสร้างแฟลตได้ใหม่บนที่เดิม แต่ขณะที่ไทยเราไม่สามารถย้ายแฟลตดินแดงที่มีความสูง 5 ชั้นได้ ทั้งที่ก่อสร้างมา 49 ปีแล้ว นับเป็นการสะท้อนความไร้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบราชการไทย แสดงถึงความป่วยไข้ของสังคมไทยที่ปล่อยให้เกิดอาการ “มือใครยาว สาวได้สาวเอา” ใครใกล้หรือครอบครองทรัพยากรอะไรของชาติอยู่ ก็จะเก็บไว้ใช้ส่วนตัว นี่ถ้าวันดีคืนร้ายแฟลตดินแดงเกิดถล่มขึ้นมา คงเสียชื่อเสียงประเทศชาติเป็นแน่

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ยังทำการย้ายชาวบ้านที่อยู่ในแฟลตขนาดเล็กๆ เช่น ต่ำกว่า 30 ตารางเมตร ที่สร้างในยุคแรกๆบางส่วนออก แล้วขยายห้องชุด เช่น ในอาคารที่มีผู้อยู่อาศัย 400 ครัวเรือน ก็ ‘เชิญออก’ 200 ครัวเรือน จัดหาที่อยู่ให้ใหม่ แล้วทุบกำแพงทะลุ 2 หน่วยเป็นหน่วยเดียว เพื่อให้ห้องกว้างขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่โดยที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้น ในภายหลังก็เลิกนโยบายนี้ เน้นไปทุบอาคารเตี้ยๆมาสร้างให้สูงๆดีกว่า สิงคโปร์ไม่ใช่แค่สร้างแฟลตเป็นโครงการๆ หรือเป็นหย่อมๆ แต่สร้างเป็นเมืองใหม่เลย โดยเกาะตามแนวรถไฟฟ้า บริเวณใกล้สถานีก็จะมีศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และมีรถประจำทางให้บริการไปตามแฟลตต่าง ๆ บางแห่งก็มีรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักอีก ทำให้เดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น คุณภาพการอยู่อาศัยดีขึ้น เมืองใหม่บางเมืองก็ได้รับรางวัลการจัดการที่อยู่อาศัยดีเด่นจากองค์การสหประชาชาติ

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ แต่แฟลตของการเคหะแห่งชาติสิงคโปร์ไม่ใช่กระจอกๆ มีสิ่งล้ำค่าที่ไทยเราพึงเรียนรู้มากมาย สิ่งแรกที่พึงเรียนรู้ก็คือ ท่านอาจไม่ทราบว่าการเคหะฯ เขาผลิตที่อยู่อาศัยได้ถึง 80-85% ของที่อยู่อาศัยทั่วเกาะสิงคโปร์ สร้างแฟลตหรือเรียกแบบไทยๆว่าห้องชุดได้เกิน 1 ล้านหน่วยแล้ว ในขณะที่การเคหะแห่งชาติของไทย สร้างที่อยู่อาศัยได้ไม่ถึง 1% ของบ้านในเขตกรุงเทพมหานคร ฟ้าส่งการเคหะแห่งชาติมาเกิด ยังส่ง บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ผู้สร้างที่อยู่อาศัยในมูลค่าที่สูงกว่าของการเคหะแห่งชาติเสียอีก โดยรัฐบาลไม่ต้องจ่ายเงินอุดหนุนแม้สักบาท นวัตกรรมล่าสุดของการเคหะแห่งชาติสิงคโปร์ก็คือ การให้บุคคลๆเดียวสามารถซื้อห้องชุดใหม่ได้แล้ว ไม่ใช่จำกัดเฉพาะครอบครัวเช่นแต่ก่อน และแต่ก่อนคนเหล่านี้ซื้อได้แค่ห้องชุดเก่า โดยในกรณีคนโสดหรือผู้หย่าร้าง ต้องมีอายุ 35 ปีขึ้นไป หม้ายมีอายุ 21 ปีขึ้นไป และลูกกำพร้ามีอายุ 21 ปีขึ้นไป เมื่อมีการเปิดจองโครงการนี้ มีผู้จองซื้อกันถล่มทลาย เกินกว่าจำนวนห้องชุดที่วางแผนไว้เสียอีก